Renion Almaty Hotel
อัลมาตี้
- ห้อง
- Twin / Double
- มื้ออาหาร
- Breakfast included
- เช็กอิน
- 14:00
- เช็กเอาต์
- 12:00
โรงแรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นที่พักระดับมาตรฐานเดียวกันขึ้นอยู่กับความพร้อมในขณะนั้น
กำลังเตรียมข้อมูล…

อัลมาตี้, คาซัคสถาน
สัมผัสคาซัคสถาน ดินแดนแห่งหุบเขา ทะเลสาบ และเทือกเขาเทียนซาน เที่ยวครบทั้งเมืองอัลมาตี้ ธรรมชาติระดับโลกของชารีนแคนยอน ทะเลสาบโคลไซ และทะเลสาบไคน์ดี พร้อมนั่งรถ UAZ สไตล์โซเวียต ชมวิวเทือกเขาสูง และสัมผัสเสน่ห์ของเอเชียกลางที่ยังคงความบริสุทธิ์และงดงาม
เส้นทางนี้เป็นการผสมผสานระหว่างการเที่ยวเมืองและธรรมชาติที่โดดเด่นที่สุดของประเทศคาซัคสถาน เริ่มต้นที่เมืองอัลมาตี้ เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ รายล้อมด้วยเทือกเขาเทียนซานอันยิ่งใหญ่ เต็มไปด้วยสวนสาธารณะ อาคารสถาปัตยกรรมยุครัสเซีย และบรรยากาศเมืองที่ทันสมัย
ไฮไลต์สำคัญของทริปคือการเดินทางสู่เขตอุทยานแห่งชาติทางตะวันออกของอัลมาตี้ ชม ชารีนแคนยอน (Charyn Canyon) หุบเขาหินสีแดงขนาดมหึมาที่ได้รับฉายาว่า "แกรนด์แคนยอนแห่งเอเชียกลาง" และ มูนแคนยอน ที่มีภูมิประเทศแปลกตาราวพื้นผิวดวงจันทร์ ก่อนนั่งรถ UAZ สไตล์โซเวียตเข้าสู่ ทะเลสาบไคน์ดี (Kaindy Lake) ทะเลสาบสีฟ้าใสที่มีต้นสนโผล่พ้นผิวน้ำเป็นเอกลักษณ์
จากนั้นเดินทางสู่ ทะเลสาบโคลไซ (Kolsai Lake) หนึ่งในทะเลสาบที่สวยที่สุดของคาซัคสถาน รายล้อมด้วยป่าสนและเทือกเขาสูง ก่อนกลับสู่อัลมาตี้เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตเมือง ช้อปปิ้ง และขึ้นกระเช้าสู่ ชิมบูลัก สกีรีสอร์ท (Shymbulak) รีสอร์ทบนภูเขาชื่อดังที่สามารถมองเห็นวิวเทือกเขาเทียนซานได้อย่างสวยงาม
เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ ภูเขา ทะเลสาบ และการถ่ายภาพ ต้องการสัมผัสความสวยงามของเอเชียกลางแบบไม่เร่งรีบ และเก็บครบทั้งแลนด์มาร์กธรรมชาติและวัฒนธรรมภายในทริปเดียว

เวลาเป็นแนวทางสำหรับการเดินทาง และอาจปรับตามสภาพอากาศ การเข้าพื้นที่ และเที่ยวบินจริง
ออกเดินทางสู่เมืองอัลมาตี้ เมืองใหญ่ที่สุดของคาซัคสถาน ประตูสู่ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของเทือกเขาเทียนซาน
คณะพร้อมกันที่สนามบิน อาคารผู้โดยสารขาออก
คณะออกเดินทางสู่ สนามบินอัลมาตี้ (ALA Airport) ด้วยสายการบิน XXX เที่ยวบินที่ XXX
เที่ยวชมเมืองอัลมาตี้ แวะสวนสาธารณะแพนฟิลอฟ มหาวิหารเซนคอฟสีสันโดดเด่น สัมผัสรถไฟใต้ดินที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียกลาง และเดินเล่นบนถนนคนเดินอาราบัท
สนามบินอัลมาตี้ (ALA Airport)
เดินทางถึงประเทศคาซัคสถาน ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระให้เรียบร้อย จากนั้นนำท่านสู่โรงแรมภายในเมืองอัลมาตี้ อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
สวนสาธารณะแพนฟิลอฟ
สวนสาธารณะแพนฟิลอฟ สวนสาธารณะประวัติศาสตร์ใจกลางเมืองตั้งชื่อตามกองพลทหารของพลตรีอีวาน พานฟิลอฟ ผู้มีบทบาทสำคัญในการป้องกันกรุงมอสโกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายในสวนร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ทางเดินกว้าง และพื้นที่พักผ่อนของชาวเมือง โดยถือเป็นหนึ่งในสวนสาธารณะที่เก่าแก่และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดของอัลมาตี ภายในสวนเป็นที่ตั้งของ - อนุสรณสถานพานฟิลอฟ สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหล่าทหารผู้เสียสละในสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเฉพาะวีรชนแห่งกองพลพานฟิลอฟ อนุสรณ์ประกอบด้วยประติมากรรมขนาดใหญ่ที่แสดงถึงความกล้าหาญ ความเสียสละ และจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของทหารคาซัคและโซเวียต พร้อมด้วย เปลวไฟนิรันดร์ (Eternal Flame) ที่ลุกไหม้อยู่ตลอดเวลาเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการรำลึกถึงผู้ที่สละชีวิตเพื่อมาตุภูมิ - มหาวิหารเซนคอฟ หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองอัลมาตี โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบรัสเซียนออร์โธดอกซ์ที่งดงามและสีสันสดใส โดยสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1904–1907 ภายใต้การออกแบบของสถาปนิก อันเดรย์ เซนคอฟ จนกลายเป็นที่มาของชื่อมหาวิหารแห่งนี้ สิ่งที่ทำให้มหาวิหารเซนคอฟมีชื่อเสียงไปทั่วโลกคือการเป็นหนึ่งใน อาคารไม้ที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งสร้างขึ้นโดยแทบไม่ใช้ตะปูโลหะในการก่อสร้าง อีกทั้งยังสามารถรอดพ้นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1911 ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งที่อาคารส่วนใหญ่ในเมืองได้รับความเสียหายอย่างหนัก ความแข็งแรงของโครงสร้างไม้และเทคนิคการก่อสร้างอันล้ำสมัยในยุคนั้น ทำให้มหาวิหารแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียกลาง ภายในมหาวิหารประดับตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรมทางศาสนา ไอคอนศักดิ์สิทธิ์ และงานแกะสลักไม้ที่วิจิตรบรรจง สะท้อนศิลปะและความศรัทธาของคริสต์ศาสนานิกายรัสเซียนออร์โธดอกซ์ได้อย่างงดงาม
สถานีรถไฟใต้ดิน Zhibek Zholy
หนึ่งในสถานีรถไฟใต้ดินที่มีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมของเมือง ชื่อสถานีมีความหมายว่า “เส้นทางสายไหม” สะท้อนถึงบทบาทของภูมิภาคเอเชียกลางในฐานะเส้นทางการค้าและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในอดีต ภายในสถานีตกแต่งด้วยหินอ่อนสีเบจและสีน้ำตาล ผสมผสานลวดลายประจำชาติของคาซัคสถานบนพื้นและผนัง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะพื้นบ้านและโครงสร้างของกระโจมแบบดั้งเดิมของชาวคาซัค ไฮไลท์สำคัญคือ แผงประดับที่ถ่ายทอดสัญลักษณ์จากเมืองและอารยธรรมต่าง ๆ บนเส้นทางสายไหม อาทิ กำแพงเมืองจีน ทัชมาฮาล สุสาน Khoja Ahmed Yasawi พีระมิดอียิปต์ และโคลอสเซียม สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของผู้คนและวัฒนธรรมบนเส้นทางการค้าโบราณ
ถนนคนเดินอาราบัท
หนึ่งในย่านเดินเล่นยอดนิยมใจกลางเมือง พื้นที่คนเดินที่เต็มไปด้วยบรรยากาศมีชีวิตชีวา รายล้อมด้วยอาคารสถาปัตยกรรมเก่า ร้านค้า คาเฟ่ ร้านอาหาร และแผงจำหน่ายสินค้าท้องถิ่น เหมาะสำหรับเดินเล่นชมบรรยากาศเมืองและสัมผัสวิถีชีวิตของชาวอัลมาตี ระหว่างทางมักพบศิลปินเปิดหมวก นักดนตรี และกิจกรรมบนท้องถนน ทำให้ย่านนี้มีสีสันและเป็นจุดพบปะของทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว
สัมผัสความยิ่งใหญ่ของชารีนแคนยอน ชมหุบเขาหินสีแดงสุดอลังการ ก่อนนั่งรถ UAZ เข้าสู่ทะเลสาบไคน์ดี ทะเลสาบสีมรกตที่มีต้นสนจมน้ำเป็นเอกลักษณ์ และพักค้างคืนที่หมู่บ้านซาตี้กลางหุบเขา
ระยะทาง 215 กม. / เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที
อุทยานชารีนแคนยอน
สัมผัสความมหัศจรรย์ของภูมิประเทศทางธรรมชาติแห่งภูมิภาคอัลมาตี ที่เกิดจากการกัดเซาะของสายน้ำและกระแสลมมาเป็นเวลาหลายล้านปี จนก่อให้เกิดหน้าผาหินและหุบเขาขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างแปลกตา โดยเฉพาะบริเวณ Valley of Castles หรือหุบเขาปราสาท ซึ่งเป็นจุดเด่นของชารีนแคนยอน มีแนวหน้าผาสีแดงและน้ำตาลทอดยาวราวกับกำแพงปราสาทโบราณ สามารถเดินชมเส้นทางท่ามกลางหุบเขา เก็บภาพมุมสูงและสัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ก่อนเดินทางต่อสู่ มูนแคนยอน (Moon Canyon) หุบเขาที่มีภูมิประเทศโดดเด่นด้วยชั้นหินและแนวหน้าผาที่ถูกกัดเซาะจนเกิดเป็นลวดลายและรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบและทิวทัศน์กว้างไกลของดินแดนกึ่งทะเลทราย นับเป็นอีกหนึ่งเส้นทางธรรมชาติที่เหมาะสำหรับชมวิว ถ่ายภาพ และสัมผัสความงดงามของภูมิประเทศอันแปลกตาของคาซัคสถาน
ระยะทาง 101 กม. / เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง
ทะเลสาบไคน์ดี
นำท่านเปลี่ยนเป็นนั่งรถตู้ UAZ สไตล์โซเวียต เพิ่มอรรถรสและความสนุกในการท่องเที่ยว เพื่อขึ้นสู่ ทะเลสาบไคน์ดี ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาเทียนซาน ที่ระดับความสูงราว 2,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติโคลไซเลคส์ จุดเด่นของทะเลสาบแห่งนี้คือ “ป่าใต้น้ำ” ซึ่งเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวและดินถล่มที่กั้นหุบเขาจนเกิดเป็นทะเลสาบ ทำให้ต้นสนชเรงค์ (Schrenk Spruce) จมอยู่ใต้น้ำและยังคงยืนต้นอยู่จนถึงปัจจุบัน โดยยอดลำต้นสีขาวซีดโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา คล้ายเสากระโดงเรือที่จมอยู่กลางทะเลสาบ รายล้อมด้วยป่าสนและภูเขาสูง สร้างทัศนียภาพที่แปลกตาและงดงามเป็นเอกลักษณ์
หมู่บ้านซาตี้
ระยะทาง 13 กม. / เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที นำท่านเช็คอินเข้าที่พักและให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
ชมทะเลสาบโคลไซ ทะเลสาบกลางหุบเขาที่รายล้อมด้วยป่าสนและภูเขา จากนั้นแวะแคนยอนสีดำ ก่อนเดินทางกลับสู่อัลมาตี้ และอิสระช้อปปิ้งในช่วงเย็น
ระยะทาง 14 กม. / เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที
ทะเลสาบโคลไซ
ได้รับการขนานนามว่า“ไข่มุกแห่งเทือกเขาเทียนซานเหนือ” เป็นกลุ่มทะเลสาบภูเขาสูง 3 แห่งที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและผืนป่าสนของเทือกเขาเทียนซานทางตะวันออกเฉียงใต้ของคาซัคสถาน รายล้อมด้วยภูเขาสูงและป่าสนเขียวชอุ่ม ทำให้เกิดทัศนียภาพที่งดงามและเงียบสงบ โดย ทะเลสาบโคลไซตอนล่าง เป็นจุดที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดและได้รับความนิยมมากที่สุด น้ำในทะเลสาบมีสีฟ้าอมเขียวใสราวกับกระจก สะท้อนภาพของแนวภูเขาและผืนป่ารอบด้านอย่างสวยงาม อิสระให้ท่านเพลิดเพลินกกับธรรมชาติอันสวยงาม
ระยะทาง 76 กม. / เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที หนึ่งในภูมิประเทศที่โดดเด่นของเส้นทางธรรมชาติในเขตอัลมาตี และเป็นส่วนหนึ่งของภูมิประเทศบริเวณหุบเขาแม่น้ำชาริน (Sharyn River) โดดเด่นด้วยหน้าผาหินสีเข้มและชั้นหินตะกอนที่ถูกกัดเซาะโดยกระแสน้ำและลมมาเป็นเวลานาน จนเกิดเป็นหุบเขาลึกและแนวผาหินขรุขระทอดยาวตามลำน้ำ เมื่อมองจากจุดชมวิวด้านบนจะเห็นความแตกต่างของสีสันระหว่างผาหินสีดำเข้มกับสายน้ำและพื้นที่ธรรมชาติโดยรอบอย่างชัดเจน
ระยะทาง 217 กม. / เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 15 นาที
กรีนมาร์เก็ต
ตลาดเก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง เป็นสถานที่ที่สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมการค้าขายของชาวเอเชียกลางได้อย่างชัดเจน ภายในตลาดเต็มไปด้วยร้านค้าและแผงสินค้าหลากหลาย ตั้งแต่ ผักและผลไม้สด ถั่วและธัญพืช เครื่องเทศ ผลไม้อบแห้ง น้ำผึ้ง ชีส และผลิตภัณฑ์จากนม ไปจนถึงเนื้อสัตว์และอาหารพื้นเมืองของคาซัคสถาน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่นักท่องเที่ยวมักให้ความสนใจอย่าง เนื้อม้า ไส้กรอกม้า (Kazy) คูร์ต (Kurt) และเครื่องดื่มพื้นเมืองอย่าง Kumis และ Shubat นอกจากนี้ยังมีขนม ของฝาก เสื้อผ้า และสินค้าพื้นเมืองให้เลือกชมอีกมากมาย บรรยากาศภายในตลาดเต็มไปด้วยสีสันและความคึกคัก ทั้งเสียงพูดคุยของพ่อค้าแม่ค้า กลิ่นหอมของเครื่องเทศและอาหาร รวมถึงแผงผลไม้และของแห้งที่จัดเรียงอย่างสวยงาม ทำให้การมาเยือนกรีนมาร์เก็ตไม่ได้เป็นเพียงการซื้อสินค้า แต่ยังเป็นโอกาสให้ได้สัมผัส วิถีชีวิตท้องถิ่นและวัฒนธรรมอาหารของคาซัคสถาน อย่างใกล้ชิด ท่านสามารถเดินชมสินค้าพื้นเมือง ทดลองชิมผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ และเลือกซื้อของฝากกลับบ้านได้ตามอัธยาศัย
เยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เหยี่ยว เรียนรู้วัฒนธรรมการล่าสัตว์แบบดั้งเดิมของชาวคาซัค ก่อนขึ้นกระเช้าสู่ชิมบูลัก สกีรีสอร์ท ชมวิวเทือกเขาเทียนซานอันงดงาม แล้วเดินทางสู่สนามบินเพื่อเดินทางกลับประเทศไทย
ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เหยี่ยวซุนคาร์
ศูนย์เพาะพันธุ์และอนุรักษ์นกล่าเหยื่อที่มีชื่อเสียงที่สุดของคาซัคสถาน ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1989 เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูประชากร เหยี่ยวเซเกอร์ ซึ่งเป็นนกล่าเหยื่อหายากที่เคยเผชิญภาวะใกล้สูญพันธุ์จากการลักลอบค้าสัตว์ป่า ปัจจุบันศูนย์แห่งนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในศูนย์เพาะพันธุ์นกล่าเหยื่อที่สำคัญที่สุดของเอเชียกลาง และได้ปล่อยเหยี่ยวและนกล่าเหยื่อจำนวนมากกลับคืนสู่ธรรมชาติตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ภายในศูนย์ ท่านจะได้พบกับนกล่าเหยื่อหลากหลายชนิด อาทิ เหยี่ยวเซเกอร์ เหยี่ยวเพเรกริน อินทรีทองคำ แร้ง นกฮูก และเหยี่ยวสายพันธุ์ต่าง ๆ ที่ได้รับการดูแลและเพาะพันธุ์ภายใต้โครงการอนุรักษ์ของศูนย์ นอกจากนี้ยังสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมการล่าเหยี่ยวของชาวคาซัค ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมายาวนาน ไฮไลท์สำคัญคือ การแสดงนกล่าเหยื่อ ที่เปิดโอกาสให้ท่านได้ชมความสามารถในการบินและการล่าของอินทรีและเหยี่ยวอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการโฉบจับเหยื่อกลางอากาศ การล่าเหยื่อจำลอง หรือการสาธิตเทคนิคการฝึกนกล่าเหยื่อแบบดั้งเดิมของชาวคาซัค สร้างความตื่นตาตื่นใจและสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างมนุษย์กับนกล่าเหยื่อในดินแดนทุ่งหญ้าสเตปป์แห่งนี้
ชิมบูลัก สกีรีสอร์ท
ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาเทียนซานภายในอุทยานแห่งชาติอีเล-อาลาเตา เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวภูเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดของคาซัคสถาน ท่านสามารถนั่ง กระเช้าลอยฟ้า ขึ้นสู่รีสอร์ต เพื่อชมทัศนียภาพอันงดงามของหุบเขา ป่าสน และแนวเทือกเขาสูงตลอดเส้นทาง ด้วยระดับความสูงกว่า 2,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ชิมบูลักจึงสามารถมอบวิวพาโนรามาของเทือกเขาเทียนซานอันยิ่งใหญ่ได้ตลอดทั้งปี ในช่วงฤดูหนาวที่นี่เป็นสวรรค์ของนักเล่นสกีและสโนว์บอร์ด ขณะที่ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนจะเปลี่ยนเป็นภูเขาสีเขียวสด รายล้อมด้วยทุ่งดอกไม้และอากาศบริสุทธิ์ เหมาะสำหรับการพักผ่อน เดินเล่น และถ่ายภาพธรรมชาติ ส่วนในฤดูใบไม้ร่วง ท่านจะได้ชมสีสันของป่าไม้ที่เปลี่ยนเป็นเฉดสีเหลือง ส้ม และทอง สร้างทัศนียภาพที่งดงามไม่แพ้ฤดูใด ภายในรีสอร์ตมีจุดชมวิว ร้านอาหาร คาเฟ่ และพื้นที่พักผ่อนหลายแห่ง โดยไฮไลท์สำคัญคือการขึ้นสู่ Talgar Pass ซึ่งเป็นจุดชมวิวบนความสูงกว่า 3,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล สามารถมองเห็นแนวเทือกเขาที่ทอดยาวสุดสายตาและสัมผัสบรรยากาศของภูเขาสูงแห่งเอเชียกลางได้อย่างใกล้ชิด
เมื่อถึงเวลาอันสมควรเดินทางสู่สนามบิน
ออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทย
เดินทางกลับสู่ประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ คณะออกเดินทางสู่กลับสู่ ประเทศไทย โดยสายการบิน XXX เที่ยวบินที่ XXX
โรงแรม ห้อง มื้ออาหาร และเวลาอ้างอิงอยู่ในแผนเดียวกัน ทีมจะแจ้งชื่อที่พักทดแทนระดับใกล้เคียงก่อนยืนยันหากห้องเต็ม
อัลมาตี้
โรงแรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นที่พักระดับมาตรฐานเดียวกันขึ้นอยู่กับความพร้อมในขณะนั้น
หมู่บ้านซาตี้
โรงแรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นที่พักระดับมาตรฐานเดียวกันขึ้นอยู่กับความพร้อมในขณะนั้น
อัลมาตี้
โรงแรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นที่พักระดับมาตรฐานเดียวกันขึ้นอยู่กับความพร้อมในขณะนั้น
อยากถามก่อนจอง ติดต่อทีมขายได้ทันที